: โรง(เลี้ยง)ไก่ :

posted on 23 Jun 2008 11:12 by befine  in be-story

...

 

Photobucket  

 

... 

ถึงแม้ว่า
คนในครอบครัวส่วนใหญ่ จะมีอาชีพเป็นครู
หากแต่เคยได้ยิน แม่เล่าให้ฟังมานานแล้วว่า
เมื่อคราวที่คุณยายยังมีชีวิตอยู่นั้น ยังได้มีโรงเลี้ยงไก่ไข่กันอยู่บ้าง
ถึงแม้ว่า คุณยายได้เสียชีวิตไป ในปีที่ฉันลืมตาดูโลกนั้น
ก็ยังมีโรงไก่อยู่หลังบ้าน เลี้ยงไว้ต่อมาอีกกว่าสี่ห้าปี ...

โรงเลี้ยงไก่ไข่ เป็นที่นิยมกันในหมู่บ้าน มีขนาดแตกต่างกันไป
เป็นโรงเรือนใต้ถุนสูง เผื่อไว้สำหรับฤดูน้ำหลาก หลีกพ้นปัญหาน้ำท่วมกัน ...
เหมาะเป็นอย่างมาก ที่จะเป็นที่ตกปลา สำหรับเด็กๆอย่างเรา ...
ฉะนั้น เมื่อมีน้ำขึ้น ใต้โรงเลี้ยงไก่ จึงกลายเป็นที่ชุกชุมของปลามากมาย
แต่เวลาหน้าร้อน น้ำงวดลง ใต้ถุนโรงไก่ จึงเป็นที่ส่งกลิ่นขี้ไก่
แถมยังมีแมลงวันอีกมากมาย ...
โชคดีที่ว่า ที่บ้านได้เลิกเลี้ยงไก่ไปตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็กเล็ก

ในระหว่างช่องของโรงไก่นั้น
จะมีเพียงไม้กระดานแผ่นเดียว ไว้สำหรับเดินให้อาหาร หรือเก็บไข่ไก่
แน่นอนค่ะ ช่วงเวลาหฤหรรษ์ของเหล่าวัยซุกซน
ย่อมหนีไม่พ้น เรื่องเก็บไข่ไก่ ...
แล้วสำหรับ เด็กน้อยตัวจ้อย วัยไม่ถึงห้าขวบคนนี้
ตกโรงไก่ คลุกขี้ไก่มาแล้ว กลายเป็นเรื่องที่น้าสาวยังล้อเลียนมาจนบัดนี้
... ตัวเองน่ะ ไม่เคยจำเรื่องนี้ได้เลยสักนิดเดียว

ปัจจุบันนี้
โรงเลี้ยงไก่เหล่านั้น ได้สร้างขึ้น พร้อมกับมีบ่อเลี้ยงปลาไปพร้อมกัน
สร้างประโยชน์ สร้างรายได้ จากการขายปลาเลี้ยงไปด้วยเลย
แต่ทว่า หลังจากไข้หวัดนกระบาดอย่างรุนแรง
โรงเลี้ยงไก่ต่างก็กลายสภาพ เป็นโรงเรือนร้างไปอย่างน่าใจหาย ...
เหลือไว้ แต่เพียงไม่กี่โรง ที่มั่นคงเข้าขั้นเป็น ฟาร์มไก่ไข่ ทดแทน

นอกจากวีรกรรมตกโรงไก่มาแล้วนั้น
ยังได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเอง ด้วยการตกชานบ้าน

บ้านริมน้ำ นอกจากจะมีใต้ถุนสูงแล้ว
ก็ยังมีบริเวณนอกชานกว้างๆ ไว้สำหรับสารพัดประโยชน์นัก
บริเวณโดยรอบ ก็จะมีต้นไม้บังแดด ให้ความร่มรื่นตลอดทั้งวัน
โดยเฉพาะ ต้นมะขามเทศใหญ่หน้าบ้าน ...
ที่นอกชานนี้ ...
ยามค่ำคืน ก็เหมาะสำหรับไว้นอนชมเดือน ชมดาว
ยามจะทำขนมสายบัว ข้าวต้มมัดไต้ บัวลอยญวณ ก็ได้นอกชานนี่ละ ...

ด้วยว่า เป็นหลานคนแรกของครอบครัว จึงขาดพี่น้องให้เย้าแหย่
และมักจะมีโลกส่วนตัวของตัวเอง ...
เพราะฉะนั้น นอกชานนี่ละ เหมาะสำหรับเป็นที่รวมกิจกรรมของฉัน
ตั้งแต่ นอนทำการบ้าน อ่านหนังสือ คัดลายมือ เลยไปถึง นั่งกินข้าว
ท่านั่งกินข้าวนั้น จะต้องนั่งห้อยขาลงไป ... แล้วไงหรือคะ
ก็นั่งๆอยู่ดีๆ แปีบเดียวเท่านั้นล่ะ ตกจากนอกชานบ้านลงไปแล้วค่ะ ...

... เวลา วารี ไม่เคยย้อนคืนกลับมา
ดูแลรักษา สิ่งดีงามที่มีใกล้ตัวคุณ ไว้ให้มากที่สุด นะคะ

...

 

 

...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

พี่จิ๋วคิดถึงโรงเลี้ยงไก่เหรอคะ คิดถึงวัยเยาว์ อิอิ

เวลาและวารีไม่เคยคอยใคร อิอิ

รักษาสุขภาพนะคะ

#1 By tungmay on 2008-06-23 12:38

แต่ผมชอบปล่อยไก่ 555
ไม่เสี่ยงต่อหวัดนกด้วยนะครับbig smile
big smile big smile big smile

โหย..คุณกระจิ๋วหลิวอ่า
เล่ามายิ่งคิดถึงวันคืนเก่าๆ


ร้องไห้ดีกว่า ฮ่าๆ


บ้านหลังแรกที่อยู่ก็เป็นบ้านที่มีใต้ถุนเหมือนกัน มีชานออกไปหาต้นขนุน แทบจะนึกภาพไม่ออกแล้วแฮะ แต่ยังนึกออกอยู่นิดหน่อย อิอิ

#3 By >t-O.y: on 2008-06-23 14:20

วีรกรรมคุณกะจิ๋วหลิวน่ากลัวนิดๆนะครับ
ทั้งตกชานบ้าน ทั้งต่อโรงเลี้ยงไก่

เวลาไม่เคยรอใครด้วยครับ
ตอนนี้หน้าเริ่มมีรอยแยก เห็นได้อย่างชัดเจน

#4 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-23 18:23

สวัสดีค่ะ คุณตังเม big smile

คนเราอ่ะนะ
เมื่อในปัจจุบัน ความรื่นรมย์ในชีวิตมีน้อยลง
ก็ต้องคิดถึงวัยเยาว์สิเนอะ
คงจะเริ่มแก่ 555++

รักษาสุขภาพเช่นกันค่ะ

big smile

#5 By กะจิ๋วหลิว on 2008-06-23 22:59

สวัสดีค่ะ คุณแพนด้า big smile

เลี้ยงไก่ไว้เยอะเชียวหรือคะ
คราวที่ไปอัมพวานั่นล่ะคะ
ปล่อยไปกี่ตัว 555

รักษาสุขภาพนะคะ

big smile

#6 By กะจิ๋วหลิว on 2008-06-23 23:01

สวัสดีค่ะ คุณต๋อย big smile

บ้านที่อยู่ตอนนี้
ก็ยังมีบรรยากาศบ้านนอกอยู่เหมือนกันล่ะค่ะ
ไว้จะมาเขียนให้อ่านกันอีก

เล่าเรื่องบ้านของคุณบ้างสิคะ

ดูบอลดึกๆ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ



big smile

#7 By กะจิ๋วหลิว on 2008-06-23 23:05

สวัสดีค่ะ คุณว่าที่ดร.

น่านะ
อย่างไรแล้ว วีรกรรมของจิ๋ว คงน้อยกว่าของคุณนะ 555

ครีมบำรุงกระปุกละหลายพันน่ะ
เค้าให้ใช้ด้วยนะคะ อย่ามัวแต่เก็บไว้เฉยๆ
รอยแยกจะได้น้อยลง จนเลือนไปไงล่ะคะ

อาม่าสบายดีนะคะ

รักษาสุขภาพด้วยค่ะ



big smile

#8 By กะจิ๋วหลิว on 2008-06-23 23:07

ปล. ตอนนี้ ไม่มีครีมกระปุกละหลายพันใช้แล้วครับ หมดไปแล้ว

ปล.2 ขอบคุณสำหรบเว็บที่แนะนำมานะครับ แต่ว่ายังไม่กล้าสมัคร

#9 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-24 09:01