: เรือเมล์ :

posted on 05 Jun 2008 00:25 by befine  in be-story

 ... 

Photobucket  

...

การสัญจรตามวิถีชีวิตของชาวลุ่มแม่น้ำ
โดยทั่วไปแล้ว พาหนะสำคัญ ก็คือ เรีอ
จะเรือพาย เรือแจว เรือหางยาว เรือเอี๋ยมจุ๊น ฯลฯ
ก็แล้วแต่ว่า แต่ละพื้นที่จะถนัดใช้เรือชนิดใดกันบ้าง

ในปัจจุบันนี้ เรือพาย เรือหางยาว
ยังเป็นเรือที่มักพบเห็นกันอยู่ทั่วไป

เรือแจว ยากนักที่จะได้พบเห็นกันอีก
นอกจากจะได้เห็นตามภาพทิวทัศน์สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง
แต่...ฉันเห็นคุณตา เป็นคนแจวเรือลำที่บ้าน คล้ายกับว่า
จะมีลำเดียวทั้งหมู่บ้านเสียด้วยสิ ...
น่าแปลกใจจัง ... ทำไมบ้านเราต้องใช้เรือแจว
นั่นสิ แล้วทำไมนะ ที่ฉันไม่เคยนึกอยากหาเหตุผลเรื่องนี้มาก่อนเลย ???
... ฉันมีเรื่องที่ต้องไปถามแม่เสียแล้วสิ !!!

เรือเอี้ยมจุ๊น หรือ เรือบรรทุกข้าว ที่มักโยงกันขึ้นล่องเพื่อบรรทุกข้าวเต็มปรี่
จนเห็นแต่ส่วนที่พักอาศัยของชาวเรือ หรือ ที่ชาวบ้านทุ่ง ตามลุ่มน้ำ
จะเรียกกันว่า เรือโยง ที่เด็กๆผู้ชาย มักจะชอบว่ายไปเกาะเรือโยงเล่นกันสนุกสนานเสมอ
ปัจจุบันนี้ เรือโยง ก็ยังพอมีให้เห็นกันอยู่เช่นกัน ...

ผักไห่เป็นเส้นทางเดินเรือสายต่าง ๆ มีเรือเมล์ 2 ชั้น ขนาดใหญ่ สีต่าง ๆ
ขึ้นล่องระหว่างปากน้ำโพ-ผักไห่-ท่าเตียน เช่นเรือสีเลือดหมู
เรือเขียวของขุนพิทักษ์บริหาร เรือแดงของบริษัทสยามสติมแป๊กเกต
ปัจจุบัน เรือเมล์นี้ ก็ได้ถูกปรับให้เป็นเรือท่องเที่ยวกันไปแล้วล่ะ

... เรือชนิดหนึ่ง ที่นำพาให้ฉันได้พบกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตอยู่เสมอก็คือ เรือเมล์นี่ล่ะ
การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ สำหรับชาวผักไห่ในสมัยก่อนนั้น
จะต้องอาศัยการเดินทางมากับเรือเมล์นี้ล่ะ
ช่วงที่เรือเมล์จะผ่านหน้าบ้านฉัน มักจะเป็นช่วงเวลาเย็น สำหรับขาล่องเข้ากรุงเทพ
แล้วก็จะถึงในช่วงเวลาสายๆ สำหรับขาขึ้นเหนือ ที่ผ่านหน้าบ้านเช่นกัน
กว่าจะเดินทางถึงกรุงเทพฯนั้น จะต้องค้างคืนในเรือ เพื่อไปขึ้นที่ท่าเตียน
อันเป็นจุดหมายปลายทางของเรือเมล์นั้น ในเวลาเช้ามืด ...

การได้เดินทางด้วยเรือเมล์นั้น นอกจากเรื่องเวลาที่แสนเนิ่นนานแล้ว
ก็ยังมีเสียงเครื่องเรือตลอดเวลา ... จะมีได้เงียบเสียงบ้าง
ก็จะเป็นช่วงที่รอผ่านประตูระบายน้ำ ซึ่งจะต้องรอให้ประตูน้ำ
ปล่อยผ่านให้น้ำในระหว่างสองฝั่งประตู อยู่ในระดับเท่าๆกัน
เพื่อที่เรือจะผ่านไปอีกฟากของประตูนั้นได้
... การนอนค้างในเรือนั้น เราก็จะได้เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน
คืนที่ดวงดาวเต็มฟ้า มีดาวลูกไก่ ดาวไถ ดาวเหนือ ดาวพร่างพราวระยิบพริบพราย งดงามนัก
โดยเฉพาะ ในคืนเดือนเพ็ญ ที่แสงจันทร์สว่างนวลไปทั่วบริเวณ
ฉันเคยได้ตื่นขึ้นมาในเวลาประมาณตีสอง ...
เพื่อได้เห็นภาพจันทร์เต็มดวงสว่างราวกับกลางวัน
สะท้อนแผ่นน้ำราวกับไม่ใช่ภาพจริงๆ นี่เองล่ะมั๊ง ที่เค้าเรียกกันว่า สีเงินยวง
 
ฉันจำไม่ได้ว่า ได้ใช้บริการเรือเมล์กี่ครั้ง แต่ครั้งที่ฉันจำได้เสมอ ก็คือ
... ครั้งแรก ที่ฉันไม่อยากให้เรือเมล์มาถึงเลย ก็คือคราวที่แม่ฉันจะต้องกลับไปกรุงเทพฯ
นั่นเป็นครั้งแรก ที่ฉันได้รู้จักถึงการจากลาอย่างร้าวรานใจ ...
แล้วหลังจากนั้น ฉันไม่เคยเสียน้ำตาให้กับการไปมาของแม่อีกเลย
... ครั้งที่สอง เมื่อฉันจบประถมปลายแล้ว คุณตา อยากให้ฉันไปเรียนประจำที่กรุงเทพฯ
นั่นเป็นครั้งที่คุณตาไปส่งฉันเข้าโรงเรียน ...
แต่ครั้งต่อไปกลับบ้านทีไร ก็ไปกลับโดยทางรถโดยสารทุกที
... ครั้งที่สาม ในต้นปี 2522 คุณตาได้ป่วยเป็นแผลในกระเพาะ
แล้วได้รับการผ่าตัดถึงสองครั้ง เมื่อโรงเรียนปิดภาค ฉันจึงมีหน้าที่ดูแลคุณตาที่ป่วยอยู่
นานหลายสัปดาห์ จนนึกอยากกลับบ้านผักไห่ ฉันจึงรบเร้าเรื่องนี้กับคุณตาเกือบทุกวัน
...แล้วคุณตาก็ตัดสินใจที่จะกลับผักไห่ น้าซึ่งไม่อยากให้คุณตาต้องเดินทาง เพราะเกรงว่า
จะกระทบกระเทือนถึงแผลที่ผ่าตัด จึงเป็นอีกครั้ง ที่เราสองคนตาหลาน
ใช้บริการเรือเมล์กลับบ้านผักไห่ของเรา ...
นั่นเป็นครั้งสุดท้าย ที่ฉันได้นอนค้างในเรือเมล์ ...

เพราะว่า ...
หลังจากกลับไปอยู่บ้านผักไห่ได้ไม่นานนัก
ฉันก็กลับเข้าหอพักโรงเรียน ไม่กี่วันหลังจากนั้น
หลังวันสงกรานต์เพียงสองวัน น้าก็ไปรับฉันกลับบ้านด่วน โดยไม่มีเหตุผลอะไร
บอกสั้นๆ ว่ากลับบ้านเถอะ แล้วก็เงียบ ไม่พูดอะไรจนกระทั่งถึงบ้าน
... หากว่าเดินทางทางรถ บ้านของฉันจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ
พอมาถึงแล้วมองตรงไปยังฝั่งที่บ้าน ... สิ่งที่ฉันได้เห็น
ก็คือ มีคนแต่งชุดดำเยอะแยะไปหมดที่บ้านของฉัน ...
นั่นคืองานศพของคุณตา ที่ได้เสียชีวิต ในคืนวันที่ 14 เมษายน
...

ฉันไม่เคยรู้เลยว่า
เรือเมล์ ได้หายไปจากท้องน้ำของเราตั้งแต่เมื่อไร
แต่ความงดงามจากทรงจำบนเรือเมล์เหล่านั้น
ยังคงอยู่ในใจของฉันเสมอมา ...

...

 

...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

big smile ดีจังเนอะ กับอีกความทรงจำดีๆในชีวิต


ไม่เคยนั่งเรือโดยสารเป็นระยะทางไกลๆแบบคุณกระจิ๋วหลิวเลยฮะ
แต่แค่นึกภาพตามก็นะ ...เรือล่องไปตามสายน้ำ เวลากลางคืน ...ความสวยงามของท้องฟ้า คงสวยที่สุดเลยล่ะ


ปล.ต้องให้พี่ตังเมมาอ่าน รายนั้นน่ะแก่กว่าผม คงจะอินจนน้ำตาไหลเลยล่ะ ฮ่าๆๆๆ confused smile double wink

#1 By >t-O.y: on 2008-06-05 14:49

สวัสดีค่ะ คุณต๋อย

อ่ะนะ ถ้าหากว่าต้องนั่งเรือโดยสาร จากแม่น้ำชี มาถึงกรุงเทพฯน่ะ คงใช้เวลามากกว่าหนึ่งคืนแน่นอนค่ะ ...
นี่แค่ กรุงเก่า ยังใช้เวลาขนาดนี้

จริงๆ แล้ว
ได้เขียนเรื่องเหล่านี้ไว้นานแล้วเหมือนกันค่ะ
แต่อยู่ที่บล็อกแก๊งค์โน่นแน่ะ

สนใจ แวะไปอ่านเล่นได้ค่ะ
http://lastmoon.bloggang.com



big smile big smile big smile

#2 By กะจิ๋วหลิว on 2008-06-05 15:30

ครั้งหนึ่ง
เคยได้ล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางคืน
บรรยากาศ แตกต่างกับตอนกลางวันมากๆ
สวย ได้อารมณ์บอกไม่ถูก

ดีจังนะคะ
มีความทรงจำเกี่ยวกับเรือเมล๋เช่นนี้
นึกกี่ครั้ง ก็คงจะสึขใจทุกครั้ง
อยากมีบ้านอยู่ริมฝั่งน้ำบ้าง ..ที่ไหนซักแห่งก็ได้

#3 By i n s i d e m e* on 2008-06-05 15:53

ครั้งหนึ่ง
เคยได้ล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางคืน
บรรยากาศ แตกต่างกับตอนกลางวันมากๆ
สวย ได้อารมณ์บอกไม่ถูก

ดีจังนะคะ
มีความทรงจำเกี่ยวกับเรือเมล์เช่นนี้
นึกกี่ครั้ง ก็คงจะสุขใจทุกครั้ง
อยากมีบ้านอยู่ริมฝั่งน้ำบ้าง ..ที่ไหนซักแห่งก็ได้





*แก้คำผิด บางคำค่ะ

#4 By i n s i d e m e* on 2008-06-05 15:54

...

ขอให้ความฝันเป็นจริงนะคะ

big smile big smile big smile

#5 By กะจิ๋วหลิว on 2008-06-05 15:59