: แม่น้ำน้อย :

posted on 03 Jun 2008 23:06 by befine  in be-story

...

Noi River  

...

ชีวิตคนไทยส่วนใหญ่แล้ว
มักจะผูกพันกับสายน้ำมาตั้งแต่ดั้งเดิม
บ้านเรือนปลูกอยู่ริมแม่น้ำ  ใช้ประโยชน์หลากหลายจากลำน้ำนั้น
ผู้คนต่างสัญจรโดยทางเรือ ทุกบ้านจะต้องมีเรือประจำอย่างน้อยหนึ่งลำ
ทั่วท้องน้ำ จึงมีทั้งเรือโดยสาร เรือเมล์เขียวแดง ( ใครไม่รู้จัก คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังค่ะ )
เรือขายของชำ เรือขายหมู เรือขายขนมกระทิต่างๆ อย่าง ปลากริมไข่เต่า บัวลอยไข่หวาน ข้าวเหนืยวถั่วดำ ฯลฯ
เรือขายขนมยามเย็น ก็จะมีขนมหวานใส่ถาด อย่างขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ข้าวเหนียวตัด ข้าวหมาก
แล้วที่พิเศษในบางฤดูกาล ก็จะมีเรือขายข้าวโพดคั่ว คั่วกันใหม่ๆ หอม เสียงข้าวโพดแตกนั่น ได้ใจเชียว
อีกหนึ่งเรื่องเรือที่ลืมไม่ได้เชียว ก็คือ เรือขายก๋วยเตี๋ยว ที่สืบสานมาเป็น ก๋วยเตี๋ยวเรือ ในปัจจุบันนั้นไง
เรือบริการของทางราชการ อย่างเช่น เรือไปรษณ๊ย์ ที่คอยแวะเวียนมาส่งจดหมายกันให้ถึงปลายสะพานหน้าบ้าน
... นี่เพียงแค่เรื่องเรือที่ล่องกันตามลำน้ำเท่านั้นเอง

ลำน้ำที่นึกถึงในวันนี้ ก็คือ แม่น้ำน้อย ที่ฉันคุ้นเคยมาแต่เยาว์วัย
เป็นธรรมดาของชีวิตคนริมน้ำ ที่จะต้องว่ายน้ำเป็น และพายเรือได้
ผู้ใหญ่ มักจะสอนให้เด็กๆ ว่ายน้ำ โดยการให้เกาะเรือพายออกไปนอกฝั่ง
แล้วก็ให้ว่ายเข้าฝั่งเอง หรือบางคน จะต้องใช้ลูกมะพร้าวสองลูกผูกติดกัน
ไว้ใช้พยุงตัว แทนห่วงยางในปัจจุบันนี้ เดี๋ยวนี้ ใครยังใช้ลูกมะพร้าวหัดว่ายน้ำอยู่ คงเก๋ไก๋พิกล
การได้ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำในหน้าร้อน เป็นเรื่องสนุกสนานนัก เพราะน้ำในแม่น้ำจะงวดลง
ผิวน้ำจะราบเรียบ ดูนิ่งสนิท เห็นนิ่งอย่างนั้นเถอะ ใครไม่ออมแรงไว้ดีดี
มีโอกาสล่องลงไปไกล กว่าจะข้ามฝั่งได้ อย่างนี้ละมัง ที่เค้าเรียกว่า น้ำนิ่งไหลลึก

อีกเรื่องที่จำเป็น ต้องเรียนรู้ ให้เป็น คือเรื่องของการพายเรือ
มองดูเหมือนจะง่ายๆ พายงัด พายงัด เดี๋ยวก็ถึง ใครยังไม่เคยพายเรือคงไม่เข้าใจ
ผู้ใหญ่อีกเช่นกัน ที่สอนให้เด็กๆ ต้องพายเรือเป็น
โดยการใช้เรือสองลำ ลำแรกจะมีผู้ใหญ่ พายนำไป โดยผูกเชือกเรืออีกลำ ที่มีแต่เด็กอย่างเราไว้
พอไปไกลได้สักหน่อย ก็จะปล่อยเชือก แล้วให้พายเรือกลับเอง ...
555 พอกันกับการว่ายน้ำข้ามแม่น้ำนั่นล่ะค่ะ
กว่าจะพายได้ เรือก็ล่องไปไกลเกินจะกลับบ้านได้ถูก
บางวัน ต้องอาศัยเพื่อนบ้านเมตตาสงสาร พายเรือมาส่งกันอีกรอบ ...
วิธีการพายงัด ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย
การจะตวัดปลายไม้พายเพื่อคัดท้ายเรือให้ตรงนั่นต่างหากล่ะคะ ที่สำคัญ

พอพายเรือเป็นล่ะ ทีนี้ บางวัน ก็ต้องมีถือท้ายเรือทอดแห
โชคดีที่ว่า นานทีปีหนเท่านั้นดอก จึงได้มีโอกาสทำหน้าที่นี้
เย็นวันไหน ที่คุณตากลับจากสอนหนังสือเร็ว ก็จะชวนหลานสาวคนโปรด
ไปทอดแหหาปลากัน ...
การถือท้ายเรือ ต้องรู้จังหวะ เมื่อแหได้ทอดโครมลงน้ำแล้ว
คนที่ถือท้าย จะต้องพายเรือทวนกลับ และทำให้เรือนิ่งๆ ไว้ให้พอเหมาะ
จะได้พอดีกับน้ำหนักของแหที่จมดิ่งลงสู่พื้น ก่อนที่จะสาวแหขึ้นมา
แล้วได้ลุ้นว่า วันนี้ จะมีปลาอะไรติดแหขึ้นมาบ้าง
เวลาพายเรือกลับบ้าน จะได้แวะเก็บดอกโสนกลับไปแกงส้มสักหม้อ ...

...ไม่มีอะไร ที่จะได้มาโดยง่าย
แต่ก็ ไม่มีอะไร ที่เราจะเรียนรู้ไม่ได้ ...

...

 

....

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ถึง คุณกะจิ๋วหลิว

สวัสดียามดึกครับ คุณกะจิ๋วหลิว ขออนุญาตแวะมาชมชีวิตริมคลองด้วยคนนะครับ (แต่ผมว่า เจ้าห่วงยางแบบที่ใส่ไว้ที่ต้นแขน แบบที่เค้าใช้สอนเด็กว่ายในสระสมัยนี้ ท่าทางต้องเลียนแบบวิธีใช้ลูกมะพร้าวผูกในสมัยก่อนแน่ ๆ ครับ)surprised smile

#1 By Old Mustang on 2008-06-03 23:25

พี่จิ๋ว เขียนแบบนี้ทำให้คิดถึงบ้านตาเลยค่ะ แต่คนละบรรยากาศนะคะ อิอิ

ไม่ค่อยได้กลับไปเลย เพราะไกลจากบ้านต่างจังหวัดเอาการ

เมื่อไหร่ผ่านมาทางนี้บ้างคะ อิอิ อย่าลืมโทรมาบอกบ้างนะคะ จะเลี้ยงข้าว อิอิ หาเพื่อนกินข้าวอีกละ sad smile

#2 By tungmay on 2008-06-04 10:53

คิดถึงบ้านนอกเลย คุณกระจิ๋วหลิวอ่า big smile confused smile

เล่ามาซะเห็นภาพเลย ^^ ข้าน้อยเองก็เติบโตมากับแม่น้ำ ลำธารเหมือนกัน ที่บ้านนอกน้ำเยอะมาก แม่น้ำชี เป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านหมู่บ้าน surprised smile


ตอนหน้าแล้งเนี่ย..สุดยอด น้ำลด มีหาดทรายขึ้นมาตรงกลาง ชอบไปเล่นน้ำกัน ว่ายน้ำข้าม แต่อย่างที่บอกนั่นแหละ ไม่ใช่ง่ายๆเลยที่จะข้ามได้


ที่นั่นไม่ค่อยมีเรือขายของ(ในยุคที่เกิดมาแล้วนะ) มีแต่เรือหาปลา เห็นด้วยว่าถ้าเป็นเด็กบ้านนอกของจริง ต้องว่ายน้ำเป็น พายเรือเป็น ข้าน้อยก็ทำเป็นทั้งสองอย่าง ฮ่าๆ แต่ทอดแหเนี่ย ลืมไปละ เคยทำๆ อิอิ cry


ฤดูร้อนปีหน้า ตั้งใจไว้ว่า จะหนีบเอากล้องกับไปเก็บภาพที่บ้านนอกให้หนำใจไปเลย คิดถึงดอกจาน(ดอกทองกวาว)


ขอให้คุณกระจิ๋วหลิวมีความสุขมากๆนะค๊าบ

ปล. พี่คนข้างบนน่ะ ถ้าจะเลี้ยงคุณกระจิ๋วหลิว เลี้ยงข้าวผมด้วยสิ ฮ่าๆๆ (หาเรื่องกินฟรี อิอิ)

#3 By >t-O.y: on 2008-06-04 11:37

แถวบ้านผมไม่ติดแม่น้ำ
แม่น้ำไกลากบ้านมากว่า 20 กิโล

แต่ตอนเด็กมักจะแอบไปเล่นน้ำตาม
สระน้ำแถวๆบ้าน
โดนแม่ตีประจำ big smile
เมื่อเย็นวันอาทิตย์
ไปนั่งตกปลาที่อ่างเก็บน้ำแถวบ้าน
เห็นคนพายเรือเหมือนกัน
ใจนึง คิดอยาก .. แต่ความกลัวมันมากกว่า
เลยไม่ได้ลิ้มรส การนั่งพายเรือเล่นเลย



#3 <<< เอนทรี่นี้คงจะโดนใจไม่น้อยเลยนิ
คอมเม้น ยาวไปถึงธิเบตแระจ้ะเฮียต๋อย

#5 By i n s i d e m e* on 2008-06-04 14:00

entry นี้ทำให้นั่งอมยิ้มนึกถึงตัวเองตอนเด็กเหมือนกันค่ะเพราะเราก็หัดว่ายน้ำจากลูกมะพร้าว 2 ใบเหมือนกันค่ะ confused smile แต่ก็ยังว่ายไม่เป็นนะคะ ฮิฮิ แม่น้ำน้อยสายเดียวกับที่ไหลผ่านหน้าบ้านเรารึป่าวนะ บ้านเราอยู่อ่างทองค่ะ บางทีบ้านเราอาจจะใกล้กันก็ได้นะคะdouble wink

#6 By rusleeping on 2008-06-04 14:54